วันนี้ไป field trip มา ภาษาไทยว่า ทัศนะศึุกษามั้ง ที่ Trier เป็นเมืองเก่าที่สุดในยุโรป ไม่ได้ไปเรื่องการศึกษาอะไรกะเค้าเล้ย สะเออะมาเรียกว่าทัศนะศึกษา... หนาวชิบ อากาศ 1 องศา โคตรหนาว กระแดะเก๊กสวยอีก ไม่ยอมใส่หมวกกันหนาว ถุงมือก็ไม่ได้เอาไป ร่มก็ไม่ได้เอาไป ไม่อยากสะพายกระเป๋าไป เดี๋ยวกระเป๋าจะมาับังความโดดเด่นของเสื้อโค้ทตัวเริ่ด... แล้วเป็นไง สมน้ำหน้า หนาวเหมือนลูกแมวตกน้ำ โชคดีได้ดื่มไวน์แดงร้อนๆ ในตัวเมือง (Glühwein) อ่านว่า กลือไวน์ ...ฮ่วย จะกลู ก็ไม่กลู มัน อือๆ อูๆ รำคาญ, จะเรียกว่าอะไรก็ช่างมันเหอะ กินหร่อย กินแล้วอุ่นก็พอ... สะเหร่อกินไป 3 แก้ว... โอ้ยยย หนุกหนาน คึก ปล. ไวน์นี้หาได้เฉพาะหน้าหนาวเด้อ...
ไปกะเพื่อนกลุ่ม 5 คน... ขาไปก็ดี ขากลับไง๋ตูกลับกันแค่สองคนวะเนี่ย แบทโทรศัพท์เสือกหมดอีก โทรหากันไม่ได้ เบอร์มันก็จำไม่ได้ เหอ เหอ ช่างมัน เพื่อนหายยังอารมณ์ดีได้ แบกกล้องสุดที่รักไปหนักโคตรๆ ฝนก็ดั๊นตกมา ถ่ายรูปไม่ได้ดีเท่าที่ควร เพราะท้องฟ้าหม่นมาาาาาาก มืดครึมๆ เหมือนคนไม่ได้ขี้มา 1อาทิตย์ สงสัยว่าคงหมั่นไส้เราเต็มทีั่ เอามันให้แข็งตายไปเลยให้ได้มั้ง ใส่บู้ทส้นสูง บางๆ ขอบอกว่าชาไปหมด ไม่รู้สึกอะไรเลยเวลาเดิน มันชา มันเย็นหนาวจนเรากระดิกนิ้วไม่ได้ คิดว่าถ้านิ้วมันหักมาแล้วกรูจะรู้ตัวมั๊ยเนี่ย ทรมานมาก จะแวะหาซื้อรองเท้าใหม่ข้างทางก็นะ ขี้เกียจแบกถุง ช่างมัน...
เดินเที่ยวดูสถานที่โบราณๆต่างๆ ผ่านบ่อน้ำแห่งหนึ่ง เห็นอะไรขาวๆลอยๆอยู่ในน้ำ ไปดูใกล้ๆ แผ่นน้ำแข็งหนาเตอะ... โอ้แม่เจ้า มันหนาวขนาดนี้แล้วเหรอ คิดดูเด่ะ คีบซิก้าร์ไว้ที่นิ้ว มันหล่นจากนิ้วไปตอนไหนไม่รู้เรื่องเลย ไปทริปที่ไปแล้วโคตรพ่อโคตรแม่ทรมาน เพราะมัวแต่ห่วงสวย... บทเรียนที่ดี ว่าหน้าหนาวเมิงอย่ากระแดะ...
สถานที่ท่องเที่ยวเหรอ เอ่อ ไปมาก็ไม่ได้ฟังจารย์เค้าบรรยายกันหรอก ได้ยินแว๊บๆมั่ง เพราะตูเมากันตั้งนานแล้ว เหอ เหอ ...
มีที่นึง ไปดูแล้วนึกถึงเรื่อง Gladiator สะกดถูกป่าวฟะ เพราะนี่มันมีอายุถึง 2 พันกว่าปี เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมือง เทรียร์ (Trier)
แต่ส่วนอื่นมันโดนถล่มล่มไปแล้ว เหลือแต่ส่วนเนี้ย ลองนึกภาพย้อนไปถึงเมื่อซัก 2 พันกว่าปี โห ไอ้ข้างบนนั่น มีพวกอัศวิน นักรพ แม่ทัพ อะไรเดินไปเดินมาบนนั้น กรี๊ดดดดดด เริ่ดม๊าาาก ความรู้สึกเป็นอะไรที่ขนลุกดีเหมือนกันนะ

อันนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ สงสัยเมามากแล้วตู...

อันนี้เหรอ เอ่อ เป็นโบถส์ง่ะ ดูข้างนอกไม่มีไร
แต่พอเข้าไปข้างในแล้วแม่เจ้า เริ่ดหรูอลังการณ์ม๊าาาาก เข้าไปแล้วสงบขึ้นมาทันที... ได้ถ่ายรูปมาแค่ใบเดียว เพราะมืดมาก แฟลชไปไม่ถึงหลังคาโดมแน่ๆ เลยไม่ถ่าย เสียฟิล์มป่าวๆ

...แวะนั่งซักพัก... เจ็บทีนง่ะ แงๆ จารย์พาไปเดินที่อื่นอีก แต่ฉันไม่ไปแล้ว หนาว+ตีนชาไร้ซึ่งความรู้สึก เลยแว๊บไปกะไอ้เพื่อนหาไรกิน กะไรนั่งดื่มกันดีกั่ว หุหุ เมืองเมิงตูไม่สนแล้ว วันนี้ขอครึกครื้นวันนึง หุหุ ไปลงเอยกินแซนด์วิชที่ร้านซับเวย์ อร่อยมาก ขอบอก จารย์นัดเจอกันที่สถานีรถไฟ 3โมงเย็นครึ่ง หุหุ ไปถึงไม่เจอไอ้เพื่อนร่วมสถาบัน.. เอ มันไปไหนกันหว่า เหลือเรากะไอ้ Diaz สองตัว สงสัยคนอื่นๆเค้าขึ้นรถกันหมดแล้วมั้ง ตั๋วรถไฟก็มะมี เหลืออีก 4 นาทีรถออก วิ่งหูตาแหกไปกดตังค์ซื้อตั๋วรถ... กรี๊ดดดดดดดดดด จะบ้าตาย มันไม่รับบัตรตู บัตรออกจะไฮโซ ฟายมาก ...
สรุป ตกรถ ต้องรอกันอีก 1 ชั่วโมง ทำไงดี ทำไงดี๊ ทำไงดี... หุหุหุ แวะไปนั่งจิบไวน์แดงกันแถวๆนั้นแแหล่ะ...เยี่ยมมาก... ขากลับ หลับตลอดทาง หุหุ อายมาก แถมปวดฉี่อีกตะหาก เชี้ยเอ๊ยยยย ห้องน้ำบนรถไฟนี่ก็นะ ไม่เข้าเด็ดขาด สรุป ว่ามาเข้าที่บ้านเพราะไม่มีเวลาแวะเบอร์เกอร์คิง ท้องเป่งมากๆ ขึ้นรถเมล์กลับ แม่งงง อีเวร อย่าขับกระแทกมากสิโว้ย เบาๆหน่อย *** ปวดเยี่ยวววว กว่าจะถึงบ้านได้ ทรมานมาก...
ท้ายสุด...ไปเที่ยวมา ได้ถุงเท้ามา 1 คุ๋
ฟิล์มหมดไปไม่ถึง 2 ม้วน
อั้นฉี่ไป 2 ชั่วโมง...แม่งเก่งค่ะ
ความรู้นิดหน่อย
